คลื่นกระแทกความแรงต่ำสำหรับรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

Mon-Sep-2018:04:59      

 

               หลายคนอาจเคยได้ยินว่าปัจจุบันมีการรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศวิธีใหม่โดยการยิงคลื่นเสียงที่องคชาตแล้วทำให้อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศดีขึ้น แต่เนื่องจากวิธีนี้เป็นการรักษาแบบใหม่และที่มีค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร หลายคนเลยมีข้อสงสัยว่าการรักษานี้ได้ผลเป็นอย่างไร ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์มากน้อยแค่ไหน จริงๆแล้วคลื่นที่ใช้คือ low intensity extracorporeal shock wave (LI-ESWT)  แปลตามตัวคือคลื่นกระแทกความแรงต่ำ หรือบางคนอาจเรียกให้เข้าใจง่ายว่า คลื่นเสียงความถี่ต่ำ หรือบางคนอาจเรียกว่าการรักษาด้วย shock waveแพทย์ในระบบศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะมีการใช้คลื่นกระแทกมาเป็นเวลานานสำหรับการรักษาโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ แต่เป็นคลื่นที่มีความแรงสูงกว่าเพื่อทำให้นิ่วแตก

                  สำหรับอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศนั้น ปัจจุบันพบว่าสาเหตุส่วนใหญ่ของอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศในชายสูงวัย มักเกิดจากการมีโรคประจำตัวต่างๆที่ทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงองคชาตตีบแคบลง หรือไม่สามารถขยายตัวได้ตามปกติเมื่อมีสิ่งเร้าหรือความต้องการทางเพศ ส่งผลให้เลือดแดงเข้าไปในองคชาตได้ไม่มากพอ ทำให้องคชาตไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่เต็มที่ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงของอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ก็คือปัจจัยเสี่ยงเดียวกันกับโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ น้ำหนักตัวเกินเป็นต้น จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด มักมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศหรือนกเขาไม่ขันนำมาก่อน การหมั่นดูแลสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ จะช่วยป้องกันทั้งอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศและโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต

 

                  สำหรับการรักษาโดยใช้คลื่นกระแทกความแรงต่ำนั้น เริ่มต้นจากการศึกษาการใช้คลื่นนี้ในสัตว์ทดลองที่ถูกทำให้เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด พบว่าการรักษาด้วยคลื่นกระแทกความแรงต่ำนี้ช่วยให้มีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจมากขึ้น โดยเชื่อว่าคลื่นกระแทกความแรงต่ำกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ ต่อมามีการศึกษาในผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดพบว่าหลังจากการรักษาด้วยคลื่นนี้ ผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอกลดลง และมีการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจที่ดีขึ้น ด้วยสมมติฐานเดียวกันนี้จึงมีการศึกษาในผู้ป่วยที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศโดยใช้คลื่นกระแทกความแรงต่ำมาใช้ที่บริเวณองคชาต โดยหวังว่าหลังการรักษาจะมีเลือดไปเลี้ยงองคชาตมากขึ้น มีการศึกษาทางการแพทย์รายงานในปี 2010และ 2012 โดย Dr. Vardi พบว่าสามารถช่วยให้อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศดีขึ้นได้ และมีผู้ป่วย 19 จาก 28 รายที่ก่อนการรักษาไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ภายหลังการรักษามีการแข็งตัวดีขึ้นจนมีเพศสัมพันธ์ได้

                  จากการศึกษาที่เริ่มมีมากขึ้นในปัจจุบันพบว่าการใช้คลื่นกระแทกความแรงต่ำนี้จะช่วยให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ในองคชาต ทำให้มีเลือดไปเลี้ยงที่องคชาตมากขึ้น ส่งผลให้การแข็งตัวดีขึ้น เป็นการรักษาที่มุ่งหวังแก้ไขสาเหตุของอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และเป็นอาจจะเป็นวิธีการรักษาเพียงวิธีเดียวในปัจจุบันที่เป็นการรักษาที่ต้นเหตุ คือช่วยให้เส้นเลือดดีขึ้น และช่วยให้มีการแข็งตัวที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ในขณะที่การรักษาโดยวิธีอื่นเช่น การรักษาด้วยยาเฉพาะกิจ ถือเป็นการรักษาที่ปลายเหตุเพียงเพื่อให้องคชาตมีการแข็งตัวพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้และจบไปเมื่อยาหมดฤทธิ์ ปัจจุบันมีการศึกษาที่เป็นMeta-analysisคือการนำผลการศึกษาของงานวิจัยต่างๆที่เชื่อถือได้มาวิเคราะห์ร่วมกัน พบว่าการรักษาวิธีนี้ช่วยให้การแข็งตัวขององคชาตดีขึ้น และจะเห็นผลการรักษาชัดขึ้นในคนไข้ที่มีอาการไม่รุนแรงมากนัก นอกจากนี้การรักษาวิธีนี้ยังมีส่วนช่วยให้การตอบสนองต่อยาขยายหลอดเลือดองคชาตหรือที่หลายคนรู้จักในชื่อไวอากร้าดีขึ้น

                  การรักษาวิธีนี้อาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง คือ ผู้ป่วยจะต้องมารับการยิงคลื่นกระแทกความแรงต่ำนี้ที่โรงพยาบาล และมักจะต้องยิงหลายครั้งตามข้อกำหนดของแต่ละโรงพยาบาล ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปบ้างไม่มากก็น้อย นอกจากนี้ ด้วยกลไกการรักษาคือการสร้างเส้นเลือดใหม่ ดังนั้นมักจะไม่เห็นผลสำเร็จหลังยิงทันที มักจะต้องรอเวลาอย่างน้อยประมาณหนึ่งเดือนถึงจะเริ่มเห็นผลการรักษาที่ดีขึ้น ซึ่งตรงจุดนี้จะแตกต่างจากการับประทานยาเฉพาะกิจ ถ้าคนไข้ตอบสนองต่อยาได้ดีก็จะเห็นผลหลังทานยาไม่นาน นอกจจากนี้อาจจะมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่รักษาวิธีนี้ไม่ได้ผล ข้อจำกัดอีกข้อหนึ่งคือ ปัจจุบันยังไม่มีใครทราบว่าเส้นเลือดที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่นี้จะคงอยู่ได้นานขนาดไหน ต้องยิงซ้ำบ่อยมากน้อยเพียงใด เป็นคำถามที่ต้องรอการศึกษาวิจัยในอนาคตต่อไป

                  ผู้ที่สนใจการรักษาวิธีนี้สามารถปรึกษาแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะได้ครับ เพื่อจะได้รับทราบถึงข้อมูลทั้งสองด้านของการรักษาด้วยวิธีนี้ และยังสามารถเปรียบเทียบกับการรักษาวิธีอื่นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการรักษาต่อไป

 

นพ. เปรมสันติ์ สังฆ์คุ้ม

ตีพิมพ์ครั้งแรกที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2560

 
สังคม online เกี่ยวกับโรคต่อมลูกหมาก
Share