โรคอวัยวะเพศชายโค้งงอ (Peyronie's disease)

Thu-Dec-2017:19:37      

นพ. เปรมสันติ์  สังฆ์คุ้ม

            โรคอวัยวะเพศชายโค้งงอ หรือองคชาตโค้งงอ ชื่อเฉพาะทางการแพทย์เรียกว่าโรคพีโรนี (Peyronie’s disease)เป็นโรคที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วผู้ป่วยจะมีพังผืดแข็ง (plaque) ที่องชาต พังผืดนี้จะทำให้องคชาตบริเวณนั้นสูญเสียความสามารถในการยืดหยุ่น ทำให้อวัยวะเพศชายเกิดการโค้งงอ หรือผิดรูปเมื่อมีการแข็งตัว ซึ่งถ้าเป็นมากอาจส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ ตำแหน่งของพังผืดแข็งนี้มักจะอยู่บริเวณด้านบนขององคชาต หรือประมาณตำแหน่ง 12 นาฬิกา ทำให้องคชาตมักงอขึ้นด้านบน นอกจากนี้ตัวพังผืดเองยังส่งผลให้กลไกการกักเก็บเลือดในองคชาตเมื่อมีการแข็งตัวเสียไป ทำให้ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศร่วมด้วยได้ อุบัติการณ์ของโรคนี้ในประชากรชายวัยผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณร้อยละ 3-9  โดยอาจพบได้มากขึ้นในผู้ป่วยที่เป็นโรคพังผืดที่ฝ่ามือ (Dupuytren’s disease) เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น

 

 

              ความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคนี้อย่างแน่ชัด แต่เชื่อว่าโรคนี้เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการหายของบาดแผล โดยตัวโรคเริ่มต้นจากการบาดเจ็บภายในชั้นผนังขององคชาตที่อาจเกิดขึ้นโดยที่ผู้ป่วยเองก็อาจไม่รู้ตัวและมองไม่เห็นจากภายนอก กลไกการตอบสนองต่อการบาดเจ็บหรือการหายของแผลที่ผิดปกติทำให้เกิดการหลั่งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบชนิดต่างๆ ทำให้มีการสะสมคอลลาเจนมากกว่าปกติจนเกิดเป็นพังผืดแข็ง ส่งผลให้ผนังองคชาตส่วนนั้นสูญเสียความสามารถในการยืดขยายตัวไป อวัยวะเพศเกิดการโค้งงอเมื่อมีการแข็งตัว การดำเนินของโรคนี้จะแบ่งเป็นสองระยะ ระยะแรกเรียกว่า active phase หรือ acute phase ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บองคชาตเวลามีการแข็งตัว และยังคงมีการเปลี่ยนแปลงขององคชาตที่โค้งงอ ซึ้งอาจโค้งงอมากขึ้นหรือเท่าเดิม จากการศึกษาพบว่ามีเพียงร้อยละ 15 ที่อาการโค้งงอหายไปได้เองโดยไม่ต้องรับการรักษา ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการอยู่ในระยะนี้ประมาณหนึ่งปี หลังจากนั้นอาการเจ็บมักจะหายไป  ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเริ่มเข้าสู่ระยะที่สอง หรือเรียกว่า chronic phase ซึ่งอาการเจ็บจะหายไป แต่อาการโค้งงอขององคชาตยังคงอยู่โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงมุมที่โค้งงอ

 

                  การรักษามีหลายวิธี การรักษาผู้ป่วยในระยะแรกนั้น เนื่องจากการโค้งงอยังไม่คงที่ องคชาตอาจโค้งงอมากขึ้นหรืออาจกลับเป็นซ้ำภายหลังการผ่าตัด ดังนั้นการรักษาในระยะนี้จะมุ่งเน้นลดอาการปวดเป็นหลัก ซึ่งมักบรรเทาได้โดยการใช้ยาแก้ปวดทั่วไป ส่วนการรักษาแบบจำเพาะเจาะจงเพื่อลดการโค้งงอนั้น มีหลายวิธีตั้งแต่การรับประทานยา เช่น วิตามิน อี โคลคีซีน ทามอคซิเฟน เป็นต้น แต่ผลการศึกษาพบว่า การรักษาโดยการใช้ยารับประทานนั้นได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจนัก หรือไม่ค่อยได้ผล นอกจากนี้ยังมีการรักษาโดยการฉีดยาเข้าพังผืดโดยตรง ยา Collagenase Clostridium Histolyticum เป็นยาที่เพิ่งได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อให้ใช้รักษาโรคนี้โดยเฉพาะ เป็นยาที่ให้ผลการรักษาดีกว่าการใช้ยารับประทาน แต่เป็นยาที่มีราคาสูง ต้องฉีดหลายครั้ง และยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย  

 

             การผ่าตัดเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดี โดยวัตถุประสงค์ของการผ่าตัดคือ เพื่อลดการโค้งงอขององคชาตให้โค้งงอน้อยลงเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ใกล้เคียงปกติ แพทย์มักแนะนำให้ผู้ป่วยรอจนเข้าสู้ระยะที่สองเป็นเวลาอย่างน้อยหกเดือนก่อนทำการผ่าตัด เพื่อลดโอกาสกลับเป็นซ้ำของโรคหลังผ่าตัด การผ่าตัดมีหลายวิธี เช่น เทคนิค Tunical plication เป็นการผ่าตัดโดยการเข้าไปเย็บองคชาตด้านตรงข้ามที่มีการโค้งงอเพื่อให้องคชาตเหยียดตรงวิธีนี้มีผลข้างเคียงในแง่ของอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศน้อย แต่มีโอกาสที่ความยาวขององคชาตจะสั้นลง การผ่าตัดอีกวิธีคือการตัดพังผืดแข็งออกแล้วเย็บปิดด้วยเนื้อเยื่อชนิดต่างๆวิธีนี้จะส่งผลต่อความยาวขององคชาตน้อยกว่า แต่มีโอกาสเกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้มากกว่าวิธี Tunical plication นอกจากนี้ยังมีการผ่าตัดใส่แกนองคชาตเทียมในผู้ป่วยที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศร่วมด้วย เป็นต้น ซึ่งผู้ที่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด แพทย์จะทำการแนะนำถึงวิธีการผ่าตัดรักษาที่เหมาะสมต่อไป

                โรคอวัยวะเพศโค้งงอเป็นโรคที่สามารถพบได้ ถึงแม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถหายได้เองแต่ก็สามารถรักษาให้อาการดีขึ้นได้ ผู้ที่สงสัยว่าตนเองอาจเป็นโรคนี้ สามารถขอคำแนะนำ หรือปรึกษาแพทย์ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

 

 
สังคม online เกี่ยวกับโรคต่อมลูกหมาก
Share