การขลิบปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศชาย (Male circumcision) ตามแนวทางของศาสนาอิสลาม

Fri-Jun-2017:06:59      

นพ.อามีน แสมา

 

           การขลิบปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศชาย (Circumcision) ที่เรียกว่า“การทำสุนัต”ในภาษาไทย หรือ“มาโซะยาวี”ในภามลายู ซึ่งมีรากศัพท์เดิม คือ คีตาน (Khitān / Khatna)  ในภาษาอาหรับหมายถึงการตัด

           การทำสุนัต หากแปลตามรากศัพท์ จะหมายความถึง การทำตามแบบฉบับของท่านนบีมุฮัมมัด ซล. ซึ่งการทำตามแบบฉบับของท่านทุกอย่างถือว่าเป็น ซุนนะห์ หรือ สุนัต 

           มาโซะยาวี แปลตามคำหมายถึง การเข้ารับอิสลาม ซึ่งก็คือ บุคคลศาสนิกอื่นที่เข้ารับอิสลามแล้วจะต้องทำการขลิบปลายหนังอวัยวะเพศชายนั่นเอง มาโซะยาวี หรือการเข้าสุนัตหลายคนเข้าใจว่าเป็นประเพณี แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นการปฏิบัติตามบัญญัติของศาสนาอิสลาม ไม่ใช่ประเพณีแต่อย่างใด  

 

 

ความสำคัญด้านศาสนาอิสลาม

           การขลิบปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศชายในทัศนะของอิสลามนั้นถือเป็นการเอาใจใส่ดูแลสุขอนามัยและการทำให้บริสุทธิ์ การขลิบเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับมุสลิมชายทุกคน เนื่องจากเป็นสิ่งปฏิบัติที่สืบทอดมาจากท่านนบีมุฮัมมัด ซล. และการขลิบนั้นมีหลักฐานในอัลกรุอาน ที่แสดงให้เห็นว่ามีมายาวนานตั้งแต่สมัย นบีอิบรอฮีม ในยุคโบราณ

ท่านนบี มุฮัมมัด ซล. ได้กล่าวว่า

“มีการกระทำห้าสิ่งที่ใกล้เคียงกับฟิตเราะฮ์ (ธรรมชาติที่บริสุทธ์) นั่นคือ การขลิบหนังปลายอวัยวะเพศชาย การโกนขนในร่มผ้า การตัดเล็บ การถอนขนรักแร้และการขลิบหนวด ”

(บันทึกโดยบุคอรีย์และมุสลิม)

          จากหลักฐานในอัลกรุอาน อัลลอฮ์ได้บัญญัติให้นบีมุฮัมมัด ซล. ได้ปฏิบัติตามแนวทางของท่านนบีอิมรอฮีม ความว่า

“แล้วเราได้วะฮีแก่เจ้าว่า “จงปฏิบัติตามศาสนาของอิบรอฮีมผู้เที่ยงธรรม และเขามิได้อยู่ในหมู่ผู้ตั้งภาคี ” “

(Quran 16: 123 An-Naĥl )

 

มีรายงานว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ซล. กล่าวว่า

“ อิบรอฮีมทำการขลิบหนังอวัยวะเพศตนเอง หลังจากท่านอายุได้ 80 ปีและท่านขลิบตนเองด้วย Adze(อุปกรณ์สำหรับตัด)

(บันทึกโดยบุคอรีย์ มุสลิมและอะห์มัด)

            การขลิบปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศชายของมุสลิม จึงเป็นการปฏิบัติตามแนวทางของอิสลาม และตามแบบอย่างของท่านนบีอิมรอฮีมและบัญญัติของพระเจ้า (อัลลอฮ์)

 

ช่วงอายุที่ทำการขลิบ

ช่วงอายุที่ทำการขลิบไม่มีบัญญัติที่ระบุเจาะจง แต่มีหลักฐานว่าสามารถทำได้หลายช่วงอายุ เช่น

1.การทำคีตานเมื่อบรรลุศาสนภาวะแล้ว (มีการเคลื่อนของอสุจิ หรือฝันเปียก)

มีบุคคลหนึ่งได้ถามท่านอิบนู-อับบาส ว่า “ท่านอายุเท่าไหร่เมื่อท่านนบีมุฮัมมัด ซล. ได้เสียชีวิต ”  ท่านตอบว่า

“เมื่อฉันได้ทำคิตานแล้ว ,พวกเขา (บรรดาเศาะหาบะฮฺ) จะไม่ทำคิตานผู้ชายจนกว่าผู้นั้นจะถึงอายุ (บรรลุศาสนภาวะ) เสียก่อน ”

(บันทึกโดยบุคอรีย์)

2.การทำคีตานเมื่ออายุ 7 วัน

มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ (ร.ฎ.) และท่านอับดุลลลอฮ์ อิบนู-ญาบีร กล่าวว่า

“ แท้จริงท่านนบี ซล. ได้คิตานท่านอัล-หะสัน  และท่านอัล-หุสัยนฺ  ในวันที่ 7 นับจากการคลอดบุคคลทั้งสอง ”

(บันทึกโดยอัลฮากิม และอัล-บัยฮะกีย์)

3.การทำคีตานเมื่อเข้ารับอิสลาม

มีชายผู้หนี่งไปหาท่านนบีมุฮัมมัด ซล. และกล่าวแก่ท่านว่า ฉันเข้ารับอิสลาม ท่านนบี ซล. กล่าวว่า

“จงกำจัดผมของผู้ปฏิเสธและจงทำการขลิบ “

(บันทึกโดยอะห์มัด อาบูดาวูด และบัยฮากีย์)

           ดังนั้นช่วงอายุของการขลิบนั้นสามารถทำได้ตั้งแต่ทารกอายุ 7 วัน หรือเมื่อบรรลุศาสนภาวะ (ช่วงอายุที่มีการเคลื่อนของอสุจิหรือฝันเปียก) ทั้งนี้ขึ้นกับความเหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ทารกหรือเด็ก และการขลิบเมื่อบุคคลได้เข้ารับนับถือศาสนาอิสลา

 

ลักษณะการขลิบปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศชาย

         ลักษณะเดิมของอวัยวะเพศชายที่ยังไม่ผ่านการขลิบ ในภาวะอ่อนตัวจะมีหนังหุ้ม ( foreskin ) ถึงปลายอวัยวะเพศ( glans penis)ซึ่งยากต่อการดูแลทำความสะอาด เกิดการหมักหมมของเหงื่อ ปัสสาวะและน้ำอสุจิ เรียกว่า smegma หรือขี้เปียก ทำให้มีกลิ่นเหม็นได้

         ลักษณะการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามก็คือ หลังจากขลิบแล้วหนังหุ้มอวัยวะเพศจะไม่ห่อหุ้มมาปิดหรือคลุมบริเวณส่วนหัวของอวัยวะเพศ (glans penis) ในภาวะอ่อนตัว

การมาโซะยาวีในอดีต

        ในอดีตนั้นการจัดงานมาโซะยาวีเป็นงานที่ชุมชนให้ความสำคัญ มีการเตรียมจัดงานล่วงหน้า มีการเชิญแขกและญาติพี่น้องมาร่วมงาน การร่วมรับประทานอาหาร มีการล้มวัว แพะ แกะ ตามฐานะของเจ้าภาพ บางงานมีการแสดง เช่น หนังตะลุง มโนราห์ ลิเกฮูลู ขบวนแห่ เป็นต้น(ขั้นตอนหรือพิธีการที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากการขลิบนั้นได้รับอิทธิพลผสมผสานมาจากความเชื่อของพราหมณ์และฮินดู ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามหลักการของอิสลามทั้งหมด)

        มาโซะยาวีจะทำเมื่อเด็กอายุประมาณ 6-15 ปี และนิยมทำเมื่ออายุเลขคี่ เช่น 7,9,11,13 หรือ 15 ปี ตามความเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดี การให้กำลังใจเด็กๆด้วยการปลูกฝังความเชื่อที่ว่าหลังจากผ่านการมาโซะยาวีแล้วเด็กคนนั้นจะมีร่างกายที่สูงใหญ่ขึ้น เป็นเครื่องบ่งบอกถึงการเจริญเติบโตอีกขั้นหนึ่ง แต่ความเชื่อทางศาสนาอิสลามถือว่าการขลิบนั้นทำให้การดูแลสุขอนามัยและความสะอาดของคนๆนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเด็กคนนั้นสามารถที่จะยืนละหมาดในแถวเดียวกันกับผู้ใหญ่ได้

       งานมาโซะยาวี เริ่มจากการจัดขบวนการแห่ของเด็ก(อาเนาะตูนอ) ผู้ที่มีฐานะดีจะมีขบวนแห่นก แห่ช้าง เมื่อเสร็จการแห่ขบวน ก็จะให้เด็กๆอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด นุ่งผ้าขาวม้าหรือผ้าถุงผืนเดียว(ผ้าถุงหรือผ้าขาวม้านิยมลงแป้งให้แข็ง เมื่อสวมใส่จะไม่กระทบผิวหนังบริเวณที่ขลิบ)

       สมัยก่อนโต๊ะมูเด็งทำการขลิบโดยไม่ใช้ยาชา ใช้อุปกรณ์เพียงไม่กี่ชนิด เช่น ผ้าพันแผล ยางแดง มีด ที่หนีบ (ปงาเป้ะ) หยวกกล้วยและน้ำสะอาด ในช่วงหลังเริ่มมีการใช้ยาชาช่วยลดความเจ็บปวด และใช้แอลกอฮอล์ช่วยทำความสะอาดก่อนขลิบ ช่วงเวลาที่นิยมทำมาโซะยาวี คือเวลาเช้าและเย็น ซึ่งอากาศไม่ร้อนมาก เชื่อว่าช่วยในการห้ามเลือดได้

       ขั้นตอนการมาโซะยาวี เริ่มด้วยการให้เด็กนั่งบนหยวกกล้วย โต๊ะมูเด็ง(ผู้ทำการขลิบ) จะวัดขนาดของหนังหุ้มส่วนปลายของวัยวะเพศที่จะขลิบออก และใช้ปูนขาวทำเครื่องหมายไว้โดยรอบ ดึงหนังส่วนที่หุ้มปลายให้เลยไปจากหัวของอวัยวะเพศ ใช้ไม้หนีบ 2 ขา (เรียกว่า “ปงาเป้ะ” ) หนีบหนังหุ้มปลายอวัยะเพศให้ติดกับท่อนหยวกที่นั่งอยู่ โต๊ะมูเด็งจะกล่าวนามพระผู้เป็นเจ้า พร้อมกับลงมือตัดด้วยมีดหรือกรรไกร เสร็จแล้วใช้ยาหรือสมุนไพรทาที่แผล แล้วพันด้วยผ้าทิ้งไว้จนแผลหายประมาณ 7- 15 วัน ระยะหลังๆเริ่มมีการเย็บด้วยเข็มและด้ายเพื่อช่วยใหัแผลหายเร็วขึ้น 

 

การขลิบปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศชาย (Circumcision) ในปัจจุบัน

          ปัจจุบัน การขลิบโดยโต๊ะมูเด็งยังคงมีอยู่โดยเฉพาะในชนบทยังนิยมแบบดั้งเดิมเนื่องจากมีความเชื่อมั่นในโต๊ะมูเด็งซึ่งมีประสบการณ์(ส่วนพิธีการที่ไม่ถูกต้องตามหลักการศาสนาอิสลามก็ได้ถูกตัดทอนลงไปบ้างแล้ว) แต่ความนิยมลดลงเนื่องจากการแพทย์สมัยใหม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย มีการใช้เครื่องมือที่สะอาดและวิธีการที่ปลอดภัยมากขึ้น การขลิบสมัยใหม่มีทางเลือกมากมายเช่น การจัดเข้าสุนัตหมู่ ซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มบุคลากรสาธารณสุขที่ได้รับการฝึกฝนจนชำนาญ (การจัดสุนัตหมู่ช่วงปิดภาคเรียน) ที่ออกให้บริการตามชุมชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย (หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย) การขลิบที่คลินิกและการจัดเข้าสุนัตหมู่ในโรงพยาบาล เป็นต้น

        การขลิบ (Circumcision) โดยบุคลากรทางการแพทย์ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากมีความสะอาด ปลอดภัย ภาวะแทรกซ้อนน้อย และมีการดูแลหลังผ่าตัดจากเครือข่ายทางการแพทย์เช่น สถานีอนามัยและโรงพยาบาล ทำให้ได้รับการดูแลทันท่วงทีเมื่อเกิดปัญหาแทรกซ้อนต่างๆ เช่น แผลติดเชื้อหรือมีเลือดออก เป็นต้น

        การพิจารณาเลือกบุคคลที่จะทำการขลิบตามความเชื่อของอิสลามนั้น ศาสนาอิสลามได้บัญญัติการปกปิดอวัยวะ(เอารัต)และเปิดเผยบางอวัยวะเท่านั้น ดังนั้นด้วยความเหมาะสมแล้วผู้ขลิบควรเป็นเพศชายและเป็นมุสลิม หากไม่สามารถทำได้ก็ให้ขลิบกับผู้ขลิบเพศชายที่ไม่ใช่มุสลิมได้ หากไม่สามารถทำได้ก็ให้ขลิบกับผู้ขลิบที่เป็นผู้หญิงได้

 

ข้อดีของการขลิบปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศชาย

1.การขลิบช่วยลดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็กเล็กได้ การศึกษา (meta-analysis ) ปี 1993 มีงานวิจัย 9 เรื่องสรุปว่าช่วยลดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และเด็กที่ไม่ขลิบติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้มากกว่าเด็กที่ขลิบ 12 เท่า

2.การขลิบลดการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีงานวิจัย 8 เรื่องรายงานว่า พบว่าการเกิดโรคติดต่อที่มีแผลที่อวัยวะเพศในคนที่ไม่ได้ขลิบมากกว่าคนที่ขลิบถึง 2-7 เท่า (โดยเฉพาะ syphilis และ chancroid)

3.การขลิบลดการเกิดโรค HIV (Human immunodeficiency virus)ได้จากการศึกษา (Meta-analysis)ของ Weiss และคณะ พบว่ามีวิจัย 27 เรื่องที่สรุปว่าการขลิบลดการเกิดติดเชื้อเชื้อ HIV

4.การขลิบลดการเกิดโรคติดเชื้อ HPV (Human papillomavirus) ในผู้ชาย และลดมะเร็งปากมดลูกในหญิงที่เป็นคู่นอนได้

5.การขลิบมีความสัมพันธ์ช่วยลดการเกิดมะเร็งองคชาติได้ โดยมะเร็งองคชาติลดลงจากการลดลงของการอักเสบที่ปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศชาย

 

อ้างอิง

FITRAH PART 9: Al-Khitaan (circumcision)  , Sheikh Abu Iyas, August 2012  (www.khilafah.com/index.php/concepts/islamic-culture/14432-fitrah-part-9-al-khitaan-circumcision)

Alanis MC, Lucidi RS. Neonatal circumcision: a review of the world's oldest and most controversial operation. Obstet Gynecol Surv. May 2004;59(5):379-95. [Medline].

Weiss HA, Quigley MA, Hayes RJ. Male circumcision and risk of HIV infection in sub-Saharan Africa: a systematic review and meta-analysis. AIDS. 2000;14(15):2361-70. [Medline].

Schoen EJ. Ignoring evidence of circumcision benefits. Pediatrics. 2006;118(1):385-7. [Medline].

http://emedicine.medscape.com/article/1015820-clinical

 
สังคม online เกี่ยวกับโรคต่อมลูกหมาก
Share