เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการทำหมันชาย

Thu-Aug-2017:16:47      

นายแพทย์วิทย์ วิเศษสินธุ์

 

                เมื่อพูดถึงการทำหมันคุณผู้ชายอาจเกิดความรู้สึกกลัว หรือกังวล ว่าจะเกิดอาการไม่พึงประสงค์อะไรตามมาบ้าง โดยเฉพาะอาจเคยได้ยินมาว่า จะมีอาการอ่อนแรงง่ายกว่าเดิม หรือรุนแรงถึงขั้นหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด ดังนั้นเราควรจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำหมันชาย

               การทำหมันชาย เป็นการคุมกำเนิดถาวรโดยทำการผูกและตัดหลอดนำอสุจิ (สเปิร์ม) เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอสุจิจากอัณฑะเคลื่อนออกมาเมื่อมีการหลั่งน้ำอสุจิ ทำให้ไม่มีตัวอสุจิ  จึงทำให้ไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น

ซึ่งการทำหมันแพทย์จะไม่ทำอะไรที่กระทบต่ออัณฑะผู้ป่วย ทำให้ไม่มีผลทบใดๆต่อการผลิตฮอร์โมนเพศชาย 

 

ขั้นตอนการทำหมัน

          วิธีการทำหมันชาย ทำได้ง่าย ใช้เวลาในการผ่าตัดน้อย ปลอดภัยกว่าการทำหมันหญิง โดยแพทย์ผู้ให้การผ่าตัดต้องเป็นผู้ ที่มีความชำนาญได้รับการฝึกฝนอย่างดี  โดยใช้ยาชาเฉพาะที่ ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ ซึ่งอาจจะมีอาการปวดหน่วงๆเวลาทำได้บ้าง ปัจจุบันมีวิธีผ่าตัดทำหมันชาย 2 วิธี คือ

1.การใช้มีดกรีดเปิดผิวหนังบริเวณถุงอัณฑะ 1-2 แผล ขนาดประมาณ 2 ซม. เพื่อหาหลอดนำน้ำเชื้ออสุจิ แล้วทำการผูก และตัดหลอดน้ำเชื้ออสุจิทั้ง 2 ข้าง จากนั้นเย็บปิดผิวหนังที่กรีดโดยใช้ไหมละลาย    

2.การใช้เครื่องมือพิเศษ เจาะเป็นรูเล็กๆบริเวณผิวหนังบริเวณถุงอัณฑะ เพื่อหาหลอดนำอสุจิจากนั้นทำการผูก และตัด  หลอดนำอสุจิ ทั้งสองข้าง ซึ่งวิธีนี้แผลมีขนาดเล็ก และไม่จำเป็นต้องเย็บปิด  

 

การทำหมันชายมีข้อดีหลายประการอาทิเช่น

-       มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูงกว่าการทำหมันหญิง มีอัตราการตั้งครรภ์ของภรรยาหลังสามีทำ หมันต่ำ ประมาณ  1 ใน 1000 

-       เป็นวิธีผ่าตัดที่ทำได้ง่าย ใช้เวลาน้อย และใช้เพียงยาชาเฉพาะที่    

-       ผ่าตัดครั้งเดียว สามารถคุมกำเนิดได้ตลอดชีวิต    

-       ไม่มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศของเพศชาย เนื่องจากการผ่าตัดไม่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาท ไม่เกี่ยวข้องกับระบบ   การสร้าฮอร์โมนเพศ   

-       ในบางรายอาจมีความสุขทางเพศมากขึ้นหลังจากทำหมันชาย เนื่องจากไม่ต้องพะวงเรื่องการตั้งครรภ์   

-       ไม่มีผลทำให้พละกำลังการทำงานหนักตามปกติลดลง  

-       ไม่มีผลต่อการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งอัณฑะ หรือโรคมะเร็งอื่นๆของอวัยวะสืบพันธุ์

แพทย์ผู้ให้การผ่าตัดต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญได้รับการฝึกฝนอย่างดี อาจพบภาวะแทรกซ้อน หลังทำหมันได้ เช่น อาจเกิดภาวะ ปวด บวม มีเลือดออก และมีลิ่มเลือดคั่งบริเวณถุงอัณฑะ แต่พบได้น้อย หรืออาจมีการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด การทำหมันไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แตกต่างจากการใช้ถุงยางอนามัย

ผู้ชายที่มาทำหมันจะไม่เป็นหมันทันทีหลังผ่าตัด ต้องรอนานประมาณ 2-3 เดือน หรือมีการหลั่งน้ำอสุจิอย่างน้อย 20 ครั้ง จากนั้นควรทำการตรวจ น้ำเชื้อว่ายังมีตัวอสุจิหรือไม่ เพื่อยืนยันการเป็นหมัน เพราะหลังทำหมัน น้ำเชื้อจะยัง คงมีอสุจิตกค้างอยู่ในหลอดนำอสุจิได้อีกระยะเวลาหนึ่งดังนั้นหลังทำหมันชาย จึงควรให้ฝ่ายหญิงคุมกำเนิด หรือใช้ถุงยางอนามัย จนกว่าจะตรวจจนแน่นอนว่าน้ำเชื้อไม่มีตัวอสุจิ

         ถึงแม้ว่าการทำหมันชายถือว่าเป็นการทำหมันแบบถาวร แต่หากต้องการมีบุตรหลังทำหมันชาย แพทย์สามารถทำได้ แต่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และผลสำเร็จในการตั้งครรภ์ไม่แน่นอน ทั้งนี้อัตราความ สำเร็จ ขึ้นกับระยะเวลาหลังจากการทำหมัน ซึ่งโดยทั่วไปโอกาสแก้ไขได้ผลสำเร็จต่ำกว่า 50%

 

                  ดังนั้นคุณผู้ชายควรทำความเข้าใจ เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดๆ และรับคำปรึกษาจากแพทย์ เพราะการทำหมันชายเป็นวิธีการที่ปลอดภัย และไม่มีผลเสียต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย แต่ก็ต้องไม่ลืมด้วยว่า การทำหมันไม่ช่วยในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คุณผู้ชายที่ยังรักสนุก ชอบเที่ยว หรือมีแฟนหลายคน ควรพึงระวังให้ดีเกี่ยวกับโรคติดต่อด้วย

 

 

 

 
สังคม online เกี่ยวกับโรคต่อมลูกหมาก
Share