ความปลอดภัยในการใช้ยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

Thu-Aug-2017:16:31      

นพ.เปรมสันติ์  สังฆ์คุ้ม

คลินิคสุขภาพเพศชาย

หน่วยศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

 

ภาวะบกพร่องของการแข็งตัวขององคชาตหรืออาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศนั้น มีการรักษาได้หลากหลายวิธี แต่วิธีที่ได้รับความนิยมคือการรักษาโดยการใช้ยาขยายหลอดเลือดขององคชาต ยิ่งในปัจจุบันราคายาต่อเม็ดมีราคาที่ถูกลง ทำให้มีการใช้ยาอย่างแพร่หลายมากขึ้น แต่ผู้ที่มีอาการหลายๆคนก็ยังมีความรู้สึกกล้าๆกลัวๆในการใช้ยาว่าจะมีความปลอดภัยหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนไข้ที่มีโรคประจำตัวมากๆ ก็อาจทำให้มีความกังวลถึงความปลอดภัยในการใข้ยากลุ่มนี้

                สาเหตุของอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศหรือการที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวในชายสูงวัยนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมของหลอดเลือดและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงบริเวณอวัยะเพศ ทำให้เส้นเลือดไม่สามารฃถขยายตัวได้เต็มที่และนานพอเมื่อมีความต้องการทางเพศ ผลที่ตามมาคืออวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่เต็มที่หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆอีก เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้าเป็นต้น ปัจจัยเสี่ยงต่างๆเหล่านี้ส่งผลกระทบถึงการทำงานระบบประสาทและหลอดเลือด ทำให้อาการเป็นมากขึ้น รุนแรงขึ้นและส่งผลให้การรักษายากขึ้น ดังนั้นในคนที่อายุน้อยและยังไม่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถป้องกันตนเองได้โดยการหมั่นดูแลสุขภาพ ทานอาหารและออกกำลังกายให้เหมาะสม งดการสูบบุหรี่ และการดื่มเหล้า หรือในคนที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงแล้ว ก็ต้องพยายามควบคุมความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือดหรือระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเพื่อชะลอการเกิดความบกพร่องของการแข็งตัวขององคชาตในอนาคต

  

                สำหรับการรักษาโดยการใช้ยาขยายหลอดเลือดองคชาตเป็นการรักษาที่แพร่หลาย เพราะสะดวก รับประทานง่าย ยาออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว และได้ผลค่อนข้างดีในคนไข้ส่วนใหญ่ ยากลุ่มนี้ปัจจุบันมีหลายชนิด แต่คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักในชื่อไวอากร้า(Viagra®) เพราะเป็นยาตัวแรกสุดในกลุ่มนี้ ชื่อสามัญของยาคือซิลเดนาฟิล (Sildenafil)ยาตัวอื่นๆในกลุ่มนี้คือ วาเดนาฟิล(Vardenafil, Levitra®) และ ทาดาลาฟิล(Tadalafil, Cialis®)ปัจจุบันในประเทศไทยสามารถผลิตยา Sildenafil ได้เองทำให้ราคายาถูกลงค่อนข้างมาก ชื่อทางการค้าคือซิเดกร้า(Sidegra®)ขนาดยาเริ่มต้นที่แนะนำให้ทานสำหรับยาซิลเดนาฟิลคือ 50 มิลลิกรัม หลังจากรับประทานยา ยาจะไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Phosphodiesterase type 5ผลคือยาจะไปออกฤทธิ์ช่วยให้หลอดเลือดบริเวณองคชาตขยายตัวได้ดีขึ้น เลือดแดงไปเลี้ยงองคชาตได้มากขึ้น เกิดการคั่งของเลือดแดงในองคชาตมากขึ้น ทำให้การแข็งตัวดีขึ้น ดังนั้นด้วยกลไกการออกฤทธิ์ของยา ยากลุ่มนี้จึงไม่ใช่ยากระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศอย่างที่หลายคนเข้าใจกัน แต่ยาจะช่วยให้การแข็งตัวขององคชาตดีขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่ใช้ยากลุ่มนี้แล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจ การใช้ยาให้ได้ผลดีต้องมีการรับประทานยาให้ถูกวิธี กล่าวคือ ควรรับประทานยาก่อนมีเพศสัมพันธ์ประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ควรรับประทานยาช่วงท้องว่างเพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมของยา ไม่ควรทานยาพร้อมเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

                สำหรับความวิตกกังวลว่าใช้ยาแล้วจะมีความปลอดภัยหรือไม่ ใช้ยาแล้วจะเป็นอันตรายต่อโรคหัวใจหรือทำให้หัวใจวายหรือไม่นั้น จากการศึกษาพบว่ายากลุ่มนี้ไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยที่ใช้ยาเป็นโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้น แต่เนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์ของยาที่มีผลขยายหลอดเลือดบริเวณองคชาต อาจมีผลทำให้หลอดเลือดบริเวณอื่นในร่างกายมีการขยายตัวได้บ้าง จึงเป็นข้อห้ามในการใช้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจที่ทานยาขยายหลอดเลือดหัวใจกลุ่มไนเตรท (Nitrate) ทุกตัว เพราะยาสองกลุ่มนี้จะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้หลอดเลือดมีการขยายขนาดมากกว่าปกติ เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำเข้าสู่ภาวะชอคและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นผู้ป่วยรายใดที่รับประทานยาขยายหลอดเลือดหัวใจกลุ่มNitrate อยู่ห้ามทานยาขยายหลอดเลือดองคชาตครับ แต่ถ้ารักษาโรคหัวใจจนมีอาการดีขึ้นจนสามารถหยุดยากลุ่ม Nitrate ได้แล้ว ควรหยุดยากลุ่ม Nitrate เป็นเวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์ขึ้นไปถึงจะเริ่มรับประทานยาขยายหลอดเลือดองคชาตได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกหลังจากรับประทานยาขยายหลอดเลือดองคชาต ให้รีบหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ถ้าอาการเจ็บหน้าอกไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งแพทย์ที่ให้การรักษาด้วยว่ารับประทานยาขยายหลอดเลือดองคชาตเพื่อหลีกเลี่ยงการให้ยาในกลุ่มขยายหลอดเลือดหัวใจเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวผู้ป่วยเอง

                สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่ไม่ได้ทานยาขยายหลอดเลือดหัวใจ แต่ยังมีอาการของโรคหัวใจที่ไม่คงที่ เช่นเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่ยังมีอาการเจ็บหน้าอกอยู่เป็นระยะๆ ความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือเพิ่งเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาไม่ถึงสองสัปดาห์เป็นต้น ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ก็ยังไม่ควรใช้ยาขยายหลอดเลือดองคชาต ควรรักษาโรคหัวใจให้อาการดีขึ้นและคงที่ก่อนค่อยเริ่มใช้ยาสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่ไม่แน่ใจว่าโรคหัวใจที่ตนเองเป็นอยู่หรือยาโรคหัวใจที่ตนเองรับประทานอยู่เป็นประจำนั้นมีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนและควรนำประวัติการรักษารวมถึงยาที่รับประทานอยู่ทั้งหมดไปด้วยเพื่อที่แพทย์จะได้ประเมินความปลอดภัยในการใข้ยา รวมถึงให้การรักษาโรคประจำตัวอื่นๆของผู้ป่วยควบคู่กันไป ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของผู้ป่วยโดยรวมด้วยครับ

 

ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555

 
สังคม online เกี่ยวกับโรคต่อมลูกหมาก
Share