ค่า PSA กับมะเร็งต่อมลูกหมาก

Thu-Dec-2017:19:37      

นพ. เปรมสันติ์ สังฆ์คุ้ม

ผศ.นพ. เจริญ ลีนานุพันธุ์

 

                PSA ย่อมาจาก prostate specific antigen (ยังไม่มีชื่อภาษาไทยครับ) PSA เป็นสารจำพวกโปรตีนชนิดหนึ่งที่ถูกสร้างโดยต่อมลูกหมาก  เป็นสารที่มีหน้าที่ป้องกันการจับเป็นก้อนของน้ำอสุจิ  โดยทั่วไปในคนปกติจะตรวจพบในกระแสเลือดได้ในประมาณน้อยๆ  และมักค่อยๆสูงขึ้นช้าๆตามอายุที่เพิ่มขึ้น  ค่า PSA ที่ตรวจแต่ละครั้งในเวลาที่ต่างกันอาจไม่เท่ากันเสมอไปมีสูงมีต่ำได้  ค่าที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ  คือน้อยกว่า 4 ng/ml    

ในปัจจุบัน PSA ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก  หรือกล่าวโดยง่ายว่านำมาใช้เพื่อตรวจหาว่ามีมะเร็งต่อมลูกหมากที่ยังไม่แสดงอาการซ่อนอยู่ในผู้ป่วยรายนั้นหรือไม่  ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากนั้น  จะมีการรั่วของสาร PSA ออกมาในกระแสเลือดมากขึ้นกว่าปกติ  ทำให้ตรวจพบค่า  PSA สูง  นำไปสู่การวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้นได้มากขึ้น  แต่การตรวจพบค่า PSA สูงเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอในการสรุปว่าผู้ป่วยรายนั้นเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก  จำเป็นที่จะต้องได้รับการตัดตรวจชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากเพิ่มเติมก่อนถึงจะให้การวินิจฉัยได้ว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่

 

ภาพประกอบจาก http://www.prostatecentre.ca/diagnosis_psa.html

 

                เมื่อไหร่ถึงควรตรวจ PSA?

                สมาคมระบบศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะของประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 2013 มีข้อแนะนำการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากในแต่ละช่วงอายุ ดังนี้

ในผู้ชายที่อายุน้อยกว่า 40 ปี ยังไม่มีความจำเป็นต้องเจาะเลือดตรวจหาค่า PSA เนื่องจากโอกาสตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากน้อย และยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนถึงประโยชน์ที่ได้รับในการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก 

ผู้ชายอายุระหว่า 40-55 ปี การตรวจเลือดหาค่า PSA ให้พิจารณาเป็นรายๆไปโดยขึ้นกับปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละคน เช่น ประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น

ผู้ชายที่อายุ 55-69 ปี การเจาะเลือดตรวจ PSA ขึ้นกับการตัดสินใจร่วมกันของผู้ป่วยและแพทย์ โดยประโยชน์ที่จะได้รับจากการตรวจคือ การตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้น จากการศึกษาพบว่าการตรวจ PSA ในประชากร 1000 คน จะสามารถป้องกันการเสียชีวิตจากมะเร็งต่อมลูกหมากได้หนึ่งคน

               ผู้ชายที่อายุมากกว่า  70ปี การตรวจ PSA จะมีประโยชน์ในคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง

               ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การตัดสินใจในการตรวจเลือดหาค่า PSA ผู้ป่วยและแพทย์ควรตัดสินใจร่วมกัน การตรวจคัดกรองหมายถึงการตรวจในผู้ป่วยที่ไม่มีอาการใดๆของระบบทางเดินปัสสาวะ  ข้อดีคือสามารถให้การวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมากได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น  แต่เนื่องจากโดยส่วนใหญ่มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่โตช้าและอาจไม่แสดงอาการของมะเร็งเลยตลอดชีวิต  ดังนั้นอาจมีผู้ป่วยบางรายจึงอาจไม่ได้รับประโยชน์จากการวินิจฉัยตั้งแต่อายุน้อยๆ  และเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากการตรวจรักษาเพิ่มมากขึ้น  ในประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลที่มากพอที่จะสรุปว่า  สำหรับคนไทยควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยการตรวจทางทวารหนักร่วมกับการตรวจเลือดหาค่า PSA ที่อายุเริ่มต้นเท่าไหร่  ในทางปฏิบัติศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะมักให้คำแนะนำถึงประโยชน์และความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นให้ผู้ป่วยและญาติได้รับฟังก่อนการตรวจ PSA เพื่อคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก

                ในชายสูงวัยที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโตและไปพบแพทย์ด้วยาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่พุ่ง  แพทย์ที่ทำการรักษามักแนะนำให้ตรวจเลือดหาค่า PSA การตรวจ PSA ในกรณีนี้มีประโยชน์คือ อาจนำไปสู่การวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมากซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการรักษาในผู้ป่วยรายนั้น

                แต่การตรวจพบค่า PSA สูงไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากเสมอไป  เพราะสาร PSA เป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นอยู่แล้วในภาวะปกติ  โรคของต่อมลูกหมากหลายโรคหรือหัตการบางอย่างบริเวณท่อปัสสาวะสามารถทำให้ค่า PSA ในกระแสเลือดสูงขึ้นได้  เช่น  โรคต่อมลูกหมากโต  ต่อมลูกหมากอักเสบ  การใส่สายสวนปัสสาวะหลังมีอาการปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน  การส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะ  และการเจาะตรวจชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากเป็นต้น  โรคหรือหัตการเหล่านี้ทำให้เกิดการรั่วของสาร PSA ออกมาจากต่อมลูกหมากมากกว่าปกติ  ทำให้ค่า PSA ในกระแสเลือดสูงขึ้นได้ 

                นอกจากนี้ยังมียาบางชนิดที่มีผลลดระดับค่า PSA ในกระแสเลือดให้ต่ำกว่าความเป็นจริง   นั่นคือยาลดขนาดต่อมลูกหมาก (5alpha-reductase inhibitor) ที่ใช้ในการรักษาโรคต่อมลูกหมากโต  หลังกินยากลุ่มนี้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาประมาณหกเดือนขึ้นไป  ค่า PSA จะลดลงประมาณครึ่งหนี่ง  ดังนั้นในการแปลผลเลือดจะต้องคูณสองของค่าที่เจาะได้ถึงจะเป็นค่า PSA ที่แท้จริง

                นอกจากนี้ค่า PSA ยังมีประโยชน์ในการใช้ติดตามการรักษาในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก  ภายหลังการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การผ่าตัด  การฉายแสง  การฝังแร่  การใช้ยาต้านฮอร์โมนเป็นต้น  ภายหลังการรักษาโดยส่วนใหญ่ค่า PSA จะค่อยๆลดลง  ดังนั้นจึงมีการติดตามค่า PSA เป็นระยะๆเพื่อประเมินการตอบสนองต่อการรักษาและการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งต่อมลูกหมาก

                ดังนั้นในผู้ป่วยที่ตรวจพบค่า PSA สูง  อย่าเพิ่งตกใจ  เพราะค่า PSA ที่สูงกว่าปกติ ไม่ได้หมายความว่าท่านจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากเสมอไป  ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมต่อไปครับ

 
สังคม online เกี่ยวกับโรคต่อมลูกหมาก
Share