การผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก

Sun-May-2019:22:35      

การผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก (Transrectal ultrasound-guided biopsy of prostate; TRUS Bx)

 

 

ปัจจุบัน ผู้ป่วยที่มีค่า PSA สูงผิดปกติ หรือ มีความผิดปกติของต่อมลูกหมากจากการตรวจทางทวารหนักหรือเครื่องสนามแม่เหล็กแรงสูง (MRI) ถือเป็นผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนักเพื่อทำการวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก

 

ก่อนการตรวจ ผู้ป่วยจะได้รับการเตรียมลำไส้ ด้วยยาระบายและยาสวนทางทวารหนัก และให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังผ่าตัด

 

เครื่องอัลตราซาวด์ที่ใช้ในการตรวจชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก

 

ขั้นตอนระหว่างผ่าตัด

แพทย์อาจพิจารณาวิธีการระงับความเจ็บปวดระหว่างผ่าตัด ด้วยการให้ยาชาเฉพาะที่ หรือ ให้วิสัญญีแพทย์ทำการให้ยาระงับปวดทางไขสันหลัง หรือ ให้ยาสลบ ซึ่งเทคนิคการระงับความเจ็บปวดถือเป็นดุลพินิจของแพทย์

แพทย์จะใช้เครื่องมืออัลตร้าซาวด์ในการหาตำแหน่งของต่อมลูกหมาก และทำการตัดชิ้นเนื้อด้วยเข็มชนิดพิเศษผ่านทางทวารหนัก ประมาณ 10-20 ชิ้น

หลังผ่าตัดผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนสามารถกลับบ้านได้ และกลับมาพบแพทย์เพื่อฟังผลชิ้นเนื้อประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด

 

อัลตราซาวด์ขนาดเล็กที่ใช้ในการตรวจชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก

 

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด

1.     ภาวะแทรกซ้อนทั่วไปของการระงับความเจ็บปวด เช่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง จากการให้ยาระงับปวดทางไขสันหลัง หรือ ภาวะสับสน ปอดติดเชื้อ เส้นเลือดในสมองหรือหัวใจอุดตัน ซึ่งเกิดได้น้อยมากในผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว

2.     ภาวะแทรกซ้อนเฉพาะของการผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก

a.     ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เนื่องจากเป็นการผ่าตัดผ่านทวารหนัก อุจจาระสามารถเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะได้โดยตรง พบอัตราการติดเชื้อได้มากถึง 2% โดยการติดเชื้อมีอาการได้ตั้งแต่เล็กน้อย เช่น ปัสสาวะขุ่น-แสบ ปัสสาวะลำบาก ปวดรอบทวารหนักจนถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือด เสียชีวิต ซึ่งความรุนแรงมักปรากฏในผู้ที่อายุมาก มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

b.    เลือดออกทางเดินปัสสาวะ หรือ ทางทวารหนัก ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก พบว่าผู้ป่วย 5% จะมีอาการปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือดเล็กน้อย ซึ่งอาการมักคงอยู่หลังการทำผ่าตัดได้อีกไม่เกิน 1 สัปดาห์ ความรุนแรงของการเลือดออกจะมากขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยที่มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เช่น ผู้ป่วยฮีโมฟิเลีย โรคตับ โรคไตเรื้อรัง หรือผู้ป่วยที่ใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น Aspirin, Plavix, Pletaal) ยาลดการแข็งตัวของเลือด (เช่น Warfarin) และยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS ซึ่งตามปกติแพทย์จะให้เว้นยาเหล่านี้อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ทั้งก่อนและหลังผ่าตัด

c.     ปัสสาวะไม่ออก การผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนักอาจทำให้ทางเดินปัสสาวะเกิดการบวมช้ำ หรือ มีลิ่มเลือดมาอุดตันทางเดินปัสสาวะ พบว่าผู้ป่วย 5% จะมีเกิดอาการปัสสาวะไม่ออก

3.     ผลข้างเคียงของยาปฏิชีวนะ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน

 

อาการเหล่านี้ อาจเกิดขึ้นได้หลังหลังผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก ผู้ป่วยไม่ต้องตื่นตระหนก โดยส่วนใหญ่ อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้น ในเวลา 1 สัปดาห์ หากอาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยไม่มีความจำเป็นต้องไปพบแพทย์

1.     ปวดหรือมีความไม่สบายเล็กน้อยบริเวณท้องน้อย และรอบทวารหนัก

2.     ปัสสาวะและอุจจาระมีเลือดปนเล็กน้อย

3.     น้ำอสุจิมีเลือดปน (อาจมีอาการได้ถึง 1 เดือน หลังทำผ่าตัด)

 

ข้อปฏิบัติตัวหลังทำผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก

1.     ทานยาปฏิชีวนะที่แพทย์สั่งให้ต่อไป ห้ามหยุดยาเอง

2.     หลีกเลี่ยงการออกแรง ยกของ ออกกำลังกายแบบหนักหน่วง และมีเพศสัมพันธ์ 1 สัปดาห์

3.     หลีกเลี่ยงการกระแทกบริเวณก้น เช่น ขี่จักรยาน จักรยานยนต์ ขี่ม้า 1 สัปดาห์

4.     ควรหลีกเลี่ยง อาหารที่มีรสจัด เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม เพราะอาจระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ

5.     หากมีอาการปวดบริเวณทวารหนัก การนั่งแช่ก้นในน้ำอุ่น อาจช่วยบรรเทาอาการได้

6.     หลีกเลี่ยงการเบ่งเวลาถ่ายอุจจาระ โดยปกติแพทย์มักสั่งยาระบายให้ด้วยอยู่แล้ว การหมั่นดื่มน้ำ รับประทานผักและผลไม้จะช่วยให้บรรเทาอาการท้องผูกได้

7.     ไม่แนะนำให้กลั้นปัสสาวะนานจนเกินไป

 

หลังผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก หากมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบไปโรงพยาบาลโดยด่วน

1.     มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว มีอาการวูบ เวียนศีรษะ

2.     ปวดปัสสาวะแต่เบ่งปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะแสบรุนแรง ป้องท้องน้อยรุนแรง

3.     ปัสสาวะเป็นเลือดสด (สีข้นคล้ายน้ำมะเขือเทศ)

4.     อุจจาระเป็นเลือดปริมาณมาก

5.     มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ปากบวม ตาบวม หายใจลำบาก

 

ทางเลือกของการรักษานอกเหนือจากการผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก

การผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนักเพื่อทำการวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นมาตรฐานในการวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการรักษา

หากผู้ป่วยไม่สามารถทำการผ่าตัด เช่น มีอายุมาก ผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรง หรือ ไม่สามารถรับกับภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัดได้ ก็อาจมีทางเลือกในการเฝ้าระวังโรคต่อไป หรือ เลือกใช้วิธีอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่วิธีมาตรฐาน ผู้ป่วยควรพูดคุยกับแพทย์ผู้รักษา และรับทราบข้อจำกัดและผลที่อาจเกิดขึ้นของวิธีรักษาที่เลือก

 

อาจารย์นายแพทย์ ศุภณัฐ ศิริกุลชยานนท์
นายแพทย์ 7
หน่วยศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ 
ฝ่ายศัลยกรรม
รพ สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

 

 

 
สังคม online เกี่ยวกับโรคต่อมลูกหมาก
Share